เครื่องมือสแครปบทความที่ดีที่สุดในปี 2026: เปรียบเทียบแบบลงมือใช้จริง

อัปเดตล่าสุดเมื่อ March 31, 2026

ผมต้องไล่ตามแหล่งข่าวเกิน 200 เว็บเพื่อหา “บทความที่กำลังมาแรง” แล้วต้องทำมือทั้งหมดเลยเหรอ? บอกตรง ๆ นี่แทบกลายเป็นงานฟูลไทม์ไปแล้ว แถมสแครปเปอร์สายเดิม ๆ ก็พังทุกครั้งที่เว็บขยับเลย์เอาต์นิดเดียว

พอได้ลอง AI article scrapers คือคนละเรื่องเลย คลิกครั้งเดียวก็ได้ข้อมูลที่สะอาดเป็นระเบียบ ไม่ต้องไปยุ่งกับ CSS selectors ให้ปวดหัว ความต่างคือชัดแบบคนละจักรวาล

ถ้าคุณเป็นนักข่าว สาย SEO หรือนักวิจัยที่ต้องดึงบทความจำนวนมาก การเทียบรอบนี้จะช่วยลดเวลาลองผิดลองถูกได้เยอะมาก ผมลองทั้งสแครปเปอร์ no-code แบบดั้งเดิมและแบบขับเคลื่อนด้วย AI — แล้วนี่คือสิ่งที่ “ใช้ได้จริง” ในชีวิตจริง

TL;DR

ข้อดีข้อเสียเหมาะกับใคร
AI Article Scraper- สแครปได้หลายเว็บไซต์ด้วยความแม่นยำสูง
- ตัดส่วนรบกวนออกให้อัตโนมัติ
- ปรับตัวตามการเปลี่ยนโครงสร้างเว็บได้
- รองรับคอนเทนต์แบบไดนามิกที่โหลดระหว่างทาง
- ต้นทุนการทำความสะอาดข้อมูลต่ำ
- ใช้ทรัพยากรประมวลผลสูงกว่า
- ใช้เวลาประมวลผลนานกว่า
- บางหน้าต้องช่วยปรับด้วยมือ
- อาจกระตุ้นระบบกันสแครปของเว็บ
- สแครปเว็บที่ซับซ้อนหรือไดนามิก (เช่น พอร์ทัลข่าว โซเชียลมีเดีย)
- เก็บข้อมูลปริมาณมาก
Traditional No-code Article Scraper- ทำงานเร็ว
- ต้นทุนต่ำกว่า
- ใช้ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์/เครื่องน้อย
- ควบคุมขั้นตอนได้ละเอียด
- ต้องคอยบำรุงรักษาบ่อยเมื่อเว็บเปลี่ยนโครงสร้าง
- สแครปหลายเว็บพร้อมกันได้ยาก
- รับมือคอนเทนต์ไดนามิกไม่ดี
- ต้นทุนทำความสะอาดข้อมูลสูง
- สแครปหน้าเว็บแบบสแตติกที่โครงสร้างง่าย ๆ จำนวนมากแบบเร่งด่วน
- เครื่อง/งบจำกัด

Article Scraper คืออะไร? แล้วทำไม AI Article Scraper ถึงสำคัญ?

คือ ประเภทหนึ่งที่เอาไว้ “ค้นหา + ดึงข้อมูล” จากเว็บข่าว ไม่ว่าจะเป็นชื่อเรื่อง ผู้เขียน วันที่เผยแพร่ เนื้อหา คีย์เวิร์ด รูปภาพ หรือวิดีโอ แล้วจัดให้อยู่ในรูปแบบที่เอาไปใช้ต่อได้ทันที เช่น JSON, CSV หรือ Excel

ฝั่ง ส่วนใหญ่จะพึ่ง เพื่อดึงคอนเทนต์ตามโครงสร้าง ของหน้าเว็บ ซึ่งวิธีนี้มีข้อจำกัดหลัก ๆ ที่เจอบ่อยมาก:

  • ใช้ข้ามเว็บไม่ค่อยเวิร์ก: เว็บแต่ละเจ้าหน้าตา/โครงสร้างไม่เหมือนกัน ต้องตั้ง แยกเป็นรายเว็บ และพอเว็บปรับโครงสร้างนิดเดียวก็รวน ต้องตามแก้ตลอด
  • คอนเทนต์ไดนามิกเอาไม่อยู่: หลายเว็บโหลดข้อมูลด้วย AJAX หรือ JavaScript ทำให้ ดึงตรง ๆ ไม่ค่อยได้
  • ต่อยอดการประมวลผลได้น้อย: สิ่งที่ได้มามักเป็นเศษ ๆ ของ แล้วเรายังต้องมานั่งล้างข้อมูล จัดรูปแบบ ทำความเข้าใจความหมาย หรือทำ sentiment เพิ่มเอง

browseai-web-scraper.png แล้วตอนนี้ก็เข้าสู่ยุคของ

  • เทคโนโลยีนี้ใช้ LLM เพื่อ “อ่านและเข้าใจ” หน้าเว็บ เลยทำอะไรได้มากกว่าเดิม เช่น:

    • รู้จำแบบฉลาด ๆ: แยกชื่อเรื่อง ผู้เขียน สรุป และเนื้อหาหลักได้เป็นชิ้นเป็นอัน
    • ตัดสิ่งรบกวนให้อัตโนมัติ: แยกเนื้อหาหลักออกจากเมนู โฆษณา และบทความแนะนำ ทำให้ข้อมูลสะอาดและสแครปได้ลื่นกว่า
    • ปรับตัวตามเว็บที่เปลี่ยน: ต่อให้โครงสร้างหรือสไตล์เปลี่ยน AI ก็ยังไปต่อได้ เพราะอิงความหมาย + สัญญาณจากภาพ ไม่ได้ยึดแค่ตำแหน่งใน DOM
    • ใช้ข้ามเว็บได้จริง: ต่างจาก ที่ต้องจูนทีละเว็บ AI scrapers มักเอาไปใช้กับหลายเว็บได้ โดยแทบไม่ต้องปรับมือเยอะ

thunderbit-web-scraper.png

  • ผสาน NLP และ Deep Learning: เลยต่อยอดได้อีก เช่น แปลภาษา สรุปความ และวิเคราะห์อารมณ์

thunderbit-ai-summarization-techcrunch.png

อะไรคือคุณสมบัติของ Article Scraper ที่ดีที่สุดในปี 2026?

เครื่องมือที่ดีควรบาลานซ์ให้ลงตัวระหว่างประสิทธิภาพ ต้นทุน ความง่ายในการใช้งาน ความยืดหยุ่น และการขยายสเกล นี่คือเกณฑ์ที่ผมมองว่าเป็น “ของจริง” สำหรับเลือก article scraper ในปี 2026:

best-article-scraper-features.png

  • ใช้งานง่าย: UI เข้าใจง่าย ไม่ต้องเขียนโค้ด
  • ความแม่นยำในการดึงบทความ: ดึงเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ไม่ลากโฆษณาหรือเมนูมาปน
  • ปรับตัวเมื่อเว็บเปลี่ยน: โครงสร้าง/สไตล์เปลี่ยนก็ยังทำงานได้ ลดภาระดูแล
  • ใช้ได้กับเว็บหลากหลาย: ไม่ล็อกกับแพตเทิร์นโครงสร้างแบบเดียว
  • รองรับคอนเทนต์ไดนามิก: ทำงานกับหน้า JavaScript/AJAX ได้
  • รองรับมัลติมีเดีย: รู้จำรูป วิดีโอ และเสียง
  • รับมือระบบกันสแครป: เช่น IP rotation, แก้ CAPTCHA และ proxy
  • ใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม: ไม่กินแรม/คอมพิวต์เกินจำเป็น

สรุปเครื่องมือ Article & News Scraper ที่น่าสนใจแบบเร็ว ๆ

เครื่องมือจุดเด่นเหมาะกับใครราคา
Thunderbitสแครปด้วย AI; เทมเพลตสำเร็จรูป; รองรับสแครป pdf/รูป/เอกสาร; ความสามารถประมวลผลข้อมูลขั้นสูงผู้ใช้ไม่สายเทคนิคที่ต้องสแครปหลายเว็บเฉพาะทางทดลองใช้ฟรี 7 วัน เริ่ม $9/เดือน (รายปี)
WebScraper.ioส่วนขยายเบราว์เซอร์; รองรับคอนเทนต์ไดนามิก; ไม่มีการเชื่อม proxy ในตัวผู้ใช้ที่ไม่ได้เจอหน้าเว็บซับซ้อนหรือไม่ต้องการฟีเจอร์ขั้นสูงทดลองใช้ฟรี 7 วัน เริ่ม $40/เดือน (รายปี)
Browse.aino-code web scraper และมอนิเตอร์; มี robots สำเร็จรูป; virtual browser; รองรับหลายวิธีทำ pagination; อินทิเกรตได้ดีองค์กรที่ต้องสแครปเว็บซับซ้อนในสเกลใหญ่$19/เดือน (รายปี)
Octoparseno-code ที่อิง CSS selector; ตรวจจับและสร้างเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ; มีเทมเพลตสแครปบทความ; virtual browser; มีระบบรับมือ anti-scrapingธุรกิจที่ต้องสแครปเว็บซับซ้อนเริ่ม $99/เดือน (รายปี)
Bardeenระบบออโตเมชันเว็บครบเครื่อง; เทมเพลตสำเร็จรูป; no-code scraper; เชื่อมกับเครื่องมือทำงานได้ลื่นทีม GTM ที่อยากฝังการสแครปเข้ากับเวิร์กโฟลว์เดิมทดลองใช้ฟรี 7 วัน เริ่ม $99/เดือน (รายปี)
PandaExtractUI ใช้ง่าย; ตรวจจับและติดป้ายข้อมูลอัตโนมัติผู้ใช้ที่อยากดึงข้อมูลแบบคลิกเดียว ไม่อยากตั้งค่าซับซ้อน$49 แบบซื้อขาด

AI Article Scraper ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับผู้ใช้สายธุรกิจ

  1. ข้อดี:
    1. สั่ง AI ด้วยภาษาคนให้รู้จำและวิเคราะห์ข้อมูลบนเว็บได้เลย ไม่ต้องมานั่งตั้ง CSS selectors
    2. มี AI ช่วยต่อยอดการวิเคราะห์ เช่น แปลงฟอร์แมต จัดหมวดหมู่ แปลภาษา และติดแท็ก
    3. มี สำหรับสแครปรายการบทความและเนื้อหาแบบคลิกเดียว
  2. ข้อเสีย:
    1. ตอนนี้ใช้งานได้ในรูปแบบ เท่านั้น
    2. ไม่เหมาะกับงานสแครปข้อมูลขนาดใหญ่มาก ๆ
    3. ถ้าสแครปหลายหน้าจะช้ากว่า แต่สามารถปล่อยรันเบื้องหลังเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ไวขึ้น

AI Article Scraper สำหรับงานระดับองค์กร

Browse.ai

  1. ข้อดี:
    1. เป็น no-code สำหรับสแครปและมอนิเตอร์บทความ
    2. รองรับการทำงานผ่าน virtual browser เพื่อลดโอกาสโดนบล็อก
    3. มี robots สำเร็จรูปเยอะมาก สแครปแบบคลิกเดียวจาก , , และอื่น ๆ
    4. อินทิเกรตกับแพลตฟอร์มอย่าง และ ได้ลึก เพื่อทำงานต่อเป็นระบบ
  2. ข้อเสีย:
    1. ถ้าจะใช้ deep extract ต้องสร้าง 2 robots ทำให้ขั้นตอนดูซับซ้อนขึ้น
    2. CSS selectors ยังไม่แม่นพอสำหรับเว็บเฉพาะทางบางประเภท
    3. ราคาสูง เหมาะกับงานสแครปต่อเนื่องในสเกลใหญ่

No-Code Scraper สำหรับดึงข้อมูลปริมาณไม่มาก

PandaExtract

  1. ข้อดี:
    1. อินเทอร์เฟซเป็นมิตร ตรวจจับรายการบทความและหน้ารายละเอียดได้อัตโนมัติ
    2. ดึงได้ทั้งลิสต์ รายละเอียด อีเมล และรูป เหมาะกับงานสแครปข้อมูลเชิงโครงสร้างขนาดเล็ก
    3. จ่ายครั้งเดียว ใช้ได้ตลอดชีพ
  2. ข้อเสีย:
    1. เป็นส่วนขยายเบราว์เซอร์เท่านั้น รันบนคลาวด์ไม่ได้
    2. เวอร์ชันฟรีรองรับแค่คัดลอก ไม่รองรับส่งออกเป็น CSV/JSON ฯลฯ

Article Scraper สำหรับองค์กรที่พร้อมใช้ทันที

Octoparse

  1. ข้อดี:
    1. no-code ที่มี auto-detect ช่วยรู้จำโครงสร้างเว็บและสร้างเวิร์กโฟลว์สแครปให้
    2. มีเทมเพลตสแครปบทความสำเร็จรูปจำนวนมาก เปิดใช้ได้เลย
    3. ใช้ virtual browser พร้อม IP rotation, โซลูชัน CAPTCHA และ proxy เพื่อผ่านระบบกันสแครป
  2. ข้อเสีย:
    1. auto-detect ยังยึดตรรกะ CSS selector เป็นหลัก ความแม่นยำอยู่ระดับกลาง
    2. ฟีเจอร์ขั้นสูงต้องใช้เวลาเรียนรู้และต้องมีทักษะพอสมควร
    3. ถ้าสแครปสเกลใหญ่ ค่าใช้จ่ายสูง

ระบบออโตเมชันที่ครบที่สุดสำหรับทีม GTM

Bardeen

  1. ข้อดี:
    1. no-code article scraper ที่ใช้ LLM ทำออโตเมชันแบบคลิกเดียว
    2. เชื่อมต่อได้มากกว่า 100 แอป เช่น , , และ
    3. มีเครื่องมือออโตเมชันเว็บที่แรงสำหรับทำ AI analysis หลังสแครปข้อมูล
    4. เหมาะกับการฝังการสแครปเข้าเวิร์กโฟลว์เดิมของทีม
  2. ข้อเสีย:
    1. พึ่งพา playbooks สำเร็จรูปเยอะ เวิร์กโฟลว์แบบกำหนดเองต้องลองปรับไปเรื่อย ๆ
    2. แม้เป็น no-code แต่ถ้าตั้งค่าออโตเมชันซับซ้อน ผู้ใช้ไม่สายเทคนิคอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้
    3. การตั้งค่า extract หน้าย่อยค่อนข้างจุกจิก
    4. ราคาแรงมาก

Article Scraper แบบเบา ๆ สำหรับดึงข้อมูลทันที

Webscraper.io

  1. ข้อดี:
    1. no-code แบบ point-and-click ใช้งานง่าย
    2. รองรับการโหลดคอนเทนต์แบบไดนามิก
    3. ทำงานบนคลาวด์ได้
    4. เชื่อมกับ , , และ ได้
  2. ข้อเสีย:
    1. ไม่มีเทมเพลตสำเร็จรูป ต้องสร้าง sitemap เอง
    2. คนที่ไม่คุ้น CSS selectors จะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ
    3. ตั้งค่า pagination และการดึงข้อมูลจากหน้าย่อยค่อนข้างซับซ้อน
    4. เวอร์ชันคลาวด์ราคาแพง

ทางเลือกขั้นสูงสำหรับสายวิศวกร

ถ้าคุณมีพื้นฐานเทคนิค ยังมี ให้เลือก ซึ่งโดยมากจะได้ข้อดีประมาณนี้:

  • ยืดหยุ่น: เรียก API ตรงเพื่อสแครปแบบคัสตอม รองรับการเรนเดอร์แบบไดนามิกและ IP rotation
  • ขยายสเกลได้: ต่อเข้ากับ data pipeline ขององค์กร รองรับงานถี่และปริมาณมาก
  • ดูแลง่าย: ไม่ต้องมานั่งบริหาร proxy pool หรือวางกลยุทธ์กันบล็อกเอง ลดภาระงานปฏิบัติการ

ภาพรวม API ที่น่าสนใจ

bright-data-vs-scraper-vs-zyte-api-comparison.png

APIข้อดีข้อเสีย
Bright Data API- เครือข่าย proxy ขนาดใหญ่ (72M+ IP ครอบคลุม 195 ประเทศ)
- ทำ geo-targeting ได้ละเอียดถึงระดับเมือง/ZIP
- มี Proxy Manager แข็งแรงสำหรับ IP rotation
- เวลาตอบสนองช้ากว่า (เฉลี่ย 22.08 วินาที)
- ราคาสูง ไม่เหมาะกับทีมเล็ก
- ตั้งค่าค่อนข้างยาก ต้องมีช่วงเรียนรู้
ScraperAPI- เริ่มต้นได้ถูกกว่า ($49)
- มี Autoparse ช่วยดึงข้อมูลอัตโนมัติ
- มี Web UI player สำหรับทดสอบ
- มักคิดเงินแม้คำขอถูกบล็อก
- ความสามารถเรนเดอร์ JavaScript จำกัด
- ค่าใช้จ่ายอาจพุ่งเมื่อใช้พารามิเตอร์พรีเมียม
Zyte API- มีความสามารถ parsing ด้วย AI
- ไม่คิดเงินสำหรับคำขอที่ล้มเหลว
- ค่าเริ่มต้นสูง (~$450/เดือน)
- เครดิตไม่ยกยอดไปเดือนถัดไป
  1. Bright Data Web Scraper API
    1. ข้อดี:
      1. ครอบคลุม 195 ประเทศด้วย residential IP มากกว่า 72M รองรับ IP rotation อัตโนมัติและจำลองตำแหน่ง เหมาะกับเว็บที่กันสแครปเข้ม (เช่น , )
      2. รองรับการโหลดคอนเทนต์แบบไดนามิกด้วย JavaScript และการเก็บ snapshot หน้าเว็บ
    2. ข้อเสีย:
      1. ราคาแพง (คิดตาม request และ bandwidth) งานเล็ก ๆ ไม่ค่อยคุ้ม
  2. Scraper API
    1. ข้อดี:
      1. มี proxy ทั่วโลก 40M สลับ data center/residential IP อัตโนมัติ ผ่านการตรวจ Cloudflare ได้ และเชื่อมโซลูชัน CAPTCHA ภายนอก (เช่น )
      2. มี structured endpoints และ asynchronous scrapers ช่วยให้สแครปได้เร็วขึ้น
    2. ข้อเสีย:
      1. เรนเดอร์หน้าไดนามิกมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และรองรับเว็บ AJAX ซับซ้อนได้จำกัด
  3. Zyte API
    1. ข้อดี:
      1. ดึงข้อมูลเว็บอัตโนมัติด้วย AI ไม่ต้องพัฒนา/ดูแลกฎการดึงข้อมูลแยกตามเว็บ
      2. ราคาแบบจ่ายตามการใช้งาน ยืดหยุ่น
    2. ข้อเสีย:
      1. ฟีเจอร์ขั้นสูง (เช่น session handling, scriptable browser) ต้องใช้เวลาเรียนรู้

จะเลือก Article & News Scraper อย่างไรดี?

ตอนเลือกเครื่องมือสแครปบทความ/ข่าว ให้ยึดจากโจทย์ธุรกิจ พื้นฐานเทคนิคของทีม และงบประมาณเป็นหลัก

article-scraper-selection-guide.png

  • ถ้าคุณต้องสแครปเว็บเฉพาะทางหลายแห่ง แต่ไม่อยากสร้างสแครปเปอร์แยกทีละหน้า และมีงบ คือคำตอบที่เหมาะที่สุด เพราะไม่ต้องพึ่ง แต่ใช้ AI วิเคราะห์โครงสร้างเว็บ และยังทำ AI analysis ต่อหลังสแครปได้ สำหรับ Thunderbit AI ทุกเว็บ “หน้าตาคล้ายกัน” เลยดึงบทความได้แม่น
  • ถ้าจะสแครปข่าว/บทความจากเว็บใหญ่ ๆ อย่าง หรือ ควรเลือกเครื่องมือที่กันบล็อกได้แข็งและมีเทมเพลตพร้อมใช้ เช่น Browse.ai หรือ Octoparse แต่ถ้าพูดถึงความคล่องตัว Chrome Extension อย่าง ก็เด่นมาก เพราะ กระบวนการสแครปจะคล้ายการเปิดเว็บแล้วคัดลอกแบบผู้ใช้จริง ทำให้ใช้ข้อมูลล็อกอินได้โดยไม่ต้องตั้งค่าเยอะ
  • ถ้าต้องสแครปต่อเนื่องสเกลใหญ่ เครื่องมือที่มีระบบตั้งเวลา (scheduling) อย่าง Octoparse จะเหมาะกว่า
  • ถ้าใช้เป็นทีมและอยากเชื่อมเข้ากับเวิร์กโฟลว์เดิมแบบลื่น ๆ Bardeen จะเหมาะ เพราะเป็นสายออโตเมชันมากกว่าสแครปบทความอย่างเดียว
  • ถ้าอยากได้เครื่องมือเบา ๆ ดึงข้อมูลนิดหน่อยแบบไม่ต้องเรียนรู้อะไรเยอะ เลือก point-and-click อย่าง PandaExtract
  • ถ้าคุณมีพื้นฐานเทคนิค หรือกำลังทำระบบสแครปบทความระดับองค์กร ให้พิจารณาเครื่องมือ API หรือทำสแครปเปอร์เองควบคู่กับ

สรุป

บทความนี้เล่าทั้งแนวคิดและสถานการณ์ใช้งานของเครื่องมือสแครปบทความ/ข่าว โดย มักยึด เป็นหลัก เลยต้องมีพื้นฐาน และ พอสมควร โดยเฉพาะงานที่ซับซ้อน

ส่วน รุ่นใหม่จะพึ่ง “ความเข้าใจเชิงความหมาย” และการรู้จำจากภาพของ AI เป็นหลัก ทำให้เหนือกว่า ในเรื่องการปรับตัวเมื่อเว็บเปลี่ยน การใช้ข้ามเว็บ การรับมือคอนเทนต์ไดนามิก รวมถึงการล้างข้อมูลและทำ analysis ต่อหลังสแครป

นอกจากนี้ยังรวมเครื่องมือสแครปบทความ/ข่าว 6 ตัว และเครื่องมือ API สำหรับนักพัฒนา พร้อมเทียบข้อดีข้อเสีย ขนาดงานที่เหมาะ คุณสมบัติของเว็บ และกลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย สรุปคือ ถ้าจะทำ article & news scraping ให้เลือกโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจ และบาลานซ์ “ประสิทธิภาพ vs ต้นทุน” ให้พอดี

FAQs

1. AI article scraper คืออะไร และทำงานอย่างไร?

  • ใช้ AI วิเคราะห์หน้าเว็บและดึงคอนเทนต์ โดยไม่ต้องตั้ง CSS selectors
  • ระบุชื่อเรื่อง ผู้เขียน วันที่เผยแพร่ และเนื้อหาหลักได้แม่นยำ
  • ตัดโฆษณา เมนูนำทาง และองค์ประกอบที่ไม่เกี่ยวข้องออกอัตโนมัติ
  • ปรับตัวตามการเปลี่ยนโครงสร้างเว็บ และใช้ได้กับหลายเว็บไซต์

2. ใช้ AI-powered article scraper ดีกว่าแบบดั้งเดิมอย่างไร?

  • ใช้เครื่องมือเดียวสแครปได้หลายเว็บไซต์
  • รองรับคอนเทนต์ไดนามิก รวมถึงหน้า JavaScript และ AJAX
  • ตั้งค่าน้อยกว่าและดูแลง่ายกว่า scrapers ที่อิง CSS
  • มีฟีเจอร์ต่อยอด เช่น สรุปความ แปลภาษา และวิเคราะห์อารมณ์

3. ใช้ Thunderbit ทำ AI article scraping ได้ไหมถ้าไม่เขียนโค้ด?

  • ได้ Thunderbit ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ไม่สายเทคนิค ด้วยอินเทอร์เฟซแบบ no-code
  • ใช้ AI ตรวจจับและดึงเนื้อหาบทความให้อัตโนมัติ
  • มีเทมเพลตสำเร็จรูป ช่วยสแครปได้เร็วและมีประสิทธิภาพ
  • ส่งออกข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น CSV, JSON และ Google Sheets

อ่านเพิ่มเติม:

ลองใช้ AI Web Scraper
Shuai Guan
Shuai Guan
Co-founder/CEO @ Thunderbit. Passionate about cross section of AI and Automation. He's a big advocate of automation and loves making it more accessible to everyone. Beyond tech, he channels his creativity through a passion for photography, capturing stories one picture at a time.
Topics
Article ScraperNews Scraper
สารบัญ

ลองใช้ Thunderbit

ดึงลีดและข้อมูลอื่น ๆ ได้ใน 2 คลิก ขับเคลื่อนด้วย AI.

รับ Thunderbit ใช้ฟรี
ดึงข้อมูลด้วย AI
ส่งข้อมูลไปยัง Google Sheets, Airtable หรือ Notion ได้อย่างง่ายดาย
PRODUCT HUNT#1 Product of the Week