“คุณอาจมีข้อมูลโดยยังไม่มีสารสนเทศ แต่คุณจะไม่มีสารสนเทศได้เลยหากไม่มีข้อมูล” — Daniel Keys Moran*
จากการประเมินล่าสุด มีเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตมากกว่า 1.5 พันล้าน เว็บไซต์ และทุกวันก็มีโพสต์ใหม่ราว 2 ล้านรายการถูกเผยแพร่ออกมา มหาสมุทรข้อมูลขนาดมหึมานี้เต็มไปด้วยอินไซต์สำคัญที่เอาไปใช้ตัดสินใจได้จริง แต่มีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง: ข้อมูลประมาณ 80% เป็นข้อมูลไม่มีโครงสร้าง จึงต้องผ่านการประมวลผลก่อนถึงจะนำไปใช้งานได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เครื่องมือ web scraping เข้ามามีบทบาทสำคัญ และกลายเป็นของจำเป็นสำหรับทุกคนที่อยากดึงคุณค่าจากข้อมูลออนไลน์
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นกับ web scraping คำอย่าง web components และ HTML อาจฟังดูชวนปวดหัวอยู่บ้าง แต่ในยุค AI ความท้าทายพวกนี้รับมือได้ง่ายกว่ามาก เครื่องมือ scraping ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในปัจจุบันช่วยให้คุณเริ่มใช้งานได้เลย โดยไม่ต้องมีความรู้เชิงเทคนิคลึก ๆ เครื่องมือเหล่านี้ทำให้คุณรวบรวมและประมวลผลข้อมูลได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเขียนโค้ด
เครื่องมือและซอฟต์แวร์ Web Scraping ที่ดีที่สุด
- Thunderbit สำหรับ AI web scraper ที่ใช้งานง่ายและให้ผลลัพธ์ดีมาก
- Browse AI สำหรับการมอนิเตอร์แบบเรียลไทม์และการดึงข้อมูลจำนวนมาก
- Bardeen AI สำหรับ automation แบบไม่ต้องเขียนโค้ด พร้อมอินทิเกรชันกับแอปจำนวนมาก
- Web Scraper สำหรับการทำ web scraping แบบภาพที่เหมาะกับคนมีประสบการณ์มากกว่า
- Octoparse สำหรับการ scraping แบบ no-code ที่ทรงพลัง และช่วยหลีกเลี่ยงการบล็อก IP กับการตรวจจับบอท
- Diffbot สำหรับ API ดึงข้อมูลขั้นสูงที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ knowledge graph
ลองใช้ AI กับ Web Scraping
ลองดูได้เลย! คุณสามารถคลิก สำรวจ และรันเวิร์กโฟลว์ไปพร้อมกับการรับชมได้
Web Scraping ทำงานอย่างไร?
web scraping คือการดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ แค่ส่งคำสั่งให้เครื่องมือ แล้วมันก็จะไปเก็บข้อความ รูปภาพ หรือข้อมูลที่คุณต้องการลงในตารางจากหน้าเว็บ วิธีนี้ช่วยได้ตั้งแต่การติดตามราคาบนเว็บอีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงการรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิจัย หรือแม้แต่การสร้างไฟล์ Excel หรือ Google Sheets ที่พร้อมใช้งาน
ฉันสร้างภาพนี้ด้วย Thunderbit โดยใช้ AI Web Scraper
มีหลายวิธีในการทำงานนี้ วิธีพื้นฐานที่สุดคือคัดลอกและวางเอง แต่ถ้าข้อมูลมีจำนวนมาก วิธีนี้ก็เสียเวลามากเกินไป ดังนั้นคนส่วนใหญ่มักเลือกหนึ่งในสามทางนี้: traditional web scraper, AI web scraper หรือเขียนโค้ดเอง
Traditional web scrapers ทำงานโดยตั้งกฎเฉพาะว่าควรดึงข้อมูลอะไรจากโครงสร้างของหน้าเว็บ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถกำหนดให้ดึงชื่อสินค้าหรือราคาจาก HTML tag ที่ระบุได้ วิธีนี้เหมาะที่สุดกับเว็บไซต์ที่แทบไม่เปลี่ยนแปลง เพราะถ้าเลย์เอาต์มีการขยับเพียงเล็กน้อย คุณก็ต้องกลับไปแก้ scraper ใหม่
การใช้ traditional scraper ต้องใช้เวลาเรียนรู้นาน และกว่าจะตั้งค่าเสร็จอาจต้องคลิกหลายสิบครั้ง
ดึงข้อมูลจากทุกเว็บไซต์ด้วย AI Get Started Free
AI web scrapers พูดง่าย ๆ คือให้ ChatGPT อ่านทั้งเว็บไซต์ แล้วค่อยดึงเนื้อหาตามสิ่งที่คุณต้องการ มันทำได้ทั้งดึงข้อมูล แปลภาษา และสรุปเนื้อหาไปพร้อมกัน โดยใช้ natural language processing เพื่อวิเคราะห์และทำความเข้าใจโครงสร้างของเว็บไซต์ จึงรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของหน้าเว็บได้ลื่นกว่า สมมติว่าเว็บไซต์มีการจัดวางบางส่วนใหม่ AI web scraper อาจปรับตัวได้โดยที่คุณไม่ต้องเขียนใหม่เลย จึงเหมาะมากกับเว็บไซต์ที่ดูแลยาก หรือมีโครงสร้างซับซ้อน
AI web scraper เริ่มใช้งานง่าย และให้ข้อมูลละเอียดได้ใน 1 คลิก!
แล้วควรเลือกแบบไหน? ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าคุณถนัดปรับแต่งโค้ด หรือจำเป็นต้องเก็บข้อมูลปริมาณมากจากเว็บไซต์ยอดนิยม traditional scraper อาจมีประสิทธิภาพมากกว่า แต่ถ้าคุณเพิ่งเริ่มกับ web scraping หรืออยากได้เครื่องมือที่รับมือกับการอัปเดตของเว็บได้ดี AI web scraper มักจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า ดูตารางด้านล่างเพื่อกรณีใช้งานที่ละเอียดขึ้นได้เลย!
| สถานการณ์ | ตัวเลือกที่เหมาะที่สุด |
|---|---|
| การ scraping เบา ๆ บนหน้าประเภทไดเรกทอรี เว็บช้อปปิ้ง หรือเว็บไซต์ใดก็ตามที่มีรายการเป็นลิสต์ | AI Web Scraper |
| หน้ามีข้อมูลน้อยกว่า 200 แถว และการสร้าง scraper ด้วย traditional web scraper ใช้เวลานานเกินไป | AI Web Scraper |
| ข้อมูลที่ต้องการ scraping ต้องอยู่ในรูปแบบเฉพาะเพื่ออัปโหลดไปยังระบบอื่น เช่น ดึงข้อมูลติดต่อเพื่ออัปโหลดเข้า HubSpot | AI Web Scraper |
| เว็บไซต์ที่ใช้งานกันแพร่หลายและมีสเกลใหญ่ เช่น หน้า Amazon หลายหมื่นหน้า หรือรายการอสังหาฯ บน Zillow | Traditional Web Scraper |
ภาพรวมของเครื่องมือและซอฟต์แวร์ Web Scraping ที่ดีที่สุด
ข้อมูลราคาและสัญญาณด้านราคาด้านล่างได้ตรวจสอบกับหน้าผลิตภัณฑ์และราคาทางการ ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2026
| เครื่องมือ | ราคา | ฟีเจอร์เด่น | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|---|
| Thunderbit | มีแผนฟรี; แผนเสียเงินเริ่มต้น $15/เดือน | AI web scraper, ตรวจจับและจัดรูปแบบข้อมูลอัตโนมัติ, รองรับหลายรูปแบบ, export ได้ในคลิกเดียว, อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย | ไม่ต้องเขียนโค้ด, มี AI ช่วย, เชื่อมต่อกับแอปอย่าง Google Sheets ได้ | การ scraping ขนาดใหญ่ค่อนข้างช้า และฟีเจอร์ขั้นสูงอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม |
| Browse AI | เริ่มต้นที่ $19/เดือน, มีแพ็กเกจฟรี | อินเทอร์เฟซ no-code, มอนิเตอร์แบบเรียลไทม์, ดึงข้อมูลจำนวนมาก, เชื่อมต่อเวิร์กโฟลว์ | ใช้งานง่าย, เชื่อมต่อกับ Google Sheets และ Zapier ได้ | หน้าที่ซับซ้อนอาจต้องตั้งค่าเพิ่ม และการ scraping จำนวนมากอาจ timeout |
| Bardeen AI | เริ่มต้นที่ $10/เดือน, มีแพ็กเกจฟรี | automation แบบ no-code, เชื่อมต่อกับแอปกว่า 130 แอป, MagicBox เปลี่ยนงานเป็นเวิร์กโฟลว์ | อินทิเกรชันหลากหลาย, ปรับสเกลได้ดีสำหรับธุรกิจ | ผู้ใช้ใหม่อาจใช้เวลาทำความเข้าใจพอสมควร และการตั้งค่าเริ่มต้นค่อนข้างใช้เวลา |
| Web Scraper | ฟรีสำหรับใช้งานบนเครื่อง, $50/เดือนสำหรับ cloud | สร้างงานแบบภาพ, รองรับเว็บไดนามิก (AJAX/JavaScript), scraping บนคลาวด์ | ทำงานได้ดีบนเว็บที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบไดนามิก | ต้องมีความรู้เชิงเทคนิคเพื่อให้ตั้งค่าได้ดีที่สุด |
| Octoparse | เริ่มต้นที่ $69/เดือนเมื่อชำระรายปี, มีแพ็กเกจฟรี | scraping แบบ no-code, ตรวจจับองค์ประกอบบนหน้าอัตโนมัติ, cloud scraping พร้อมงานตามกำหนดเวลา, ไลบรารีเทมเพลตสำหรับเว็บไซต์ยอดนิยม | ฟีเจอร์ทรงพลังสำหรับเว็บไดนามิก, รับมือข้อจำกัดได้ดี | เว็บไซต์ที่ซับซ้อนต้องใช้เวลาเรียนรู้ |
| Diffbot | เริ่มต้นที่ $299/เดือน, มีแพ็กเกจฟรี | data extraction API, no-rule API, NLP สำหรับข้อความไม่มีโครงสร้าง, knowledge graph ขนาดใหญ่ | การดึงข้อมูลด้วย AI แข็งแกร่ง, อินทิเกรชัน API ครอบคลุม, เหมาะกับสเกลใหญ่ | ผู้ใช้ที่ไม่ถนัดเทคนิคมี learning curve และต้องใช้เวลาตั้งค่า |
Web Scraper ที่ดีที่สุดในยุค AI
Thunderbit

Thunderbit คือเครื่องมือ AI web automation ที่ทรงพลัง ใช้งานง่าย และช่วยให้คนที่ไม่เขียนโค้ดสามารถดึงและจัดระเบียบข้อมูลได้สะดวก ด้วย Chrome extension ของ Thunderbit, AI Web Scraper ทำให้การ scraping ข้อมูลง่ายขึ้น—ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลเว็บได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องไปโต้ตอบกับองค์ประกอบบนหน้าเว็บด้วยตัวเอง หรือสร้าง scraper แยกสำหรับแต่ละเลย์เอาต์ของหน้า
ฟีเจอร์เด่น
- ความยืดหยุ่นด้วย AI: AI Web Scraper ของ Thunderbit ตรวจจับและจัดรูปแบบข้อมูลเว็บให้อัตโนมัติ จึงไม่ต้องใช้ CSS selector
- ประสบการณ์การ scraping ที่ง่ายที่สุด: เปิดหน้าที่ต้องการดึงข้อมูลแล้วคลิกครั้งเดียว—AI ของ Thunderbit จะหาว่าควรดึงข้อมูลอะไรและทำงานจบให้เอง คุณยังสามารถบรรยายสิ่งที่ต้องการด้วยภาษาของคุณเองได้
- รองรับหลายรูปแบบข้อมูล: Thunderbit สามารถ scrape URL, รูปภาพ และแสดงข้อมูลที่เก็บมาได้หลายรูปแบบ
- ประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ: AI ของ Thunderbit สามารถจัดรูปแบบข้อมูลระหว่างทางได้ เช่น สรุป แบ่งหมวดหมู่ และแปลเป็นรูปแบบที่ต้องการ
- ส่งออกข้อมูลง่าย: export ข้อมูลไปยัง Google Sheets, Airtable หรือ Notion ได้ในคลิกเดียว ช่วยให้จัดการข้อมูลง่ายขึ้น
- อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย: หน้าตาใช้งานเป็นมิตร ทำให้ผู้ใช้ทุกระดับเข้าถึงได้
ราคา
Thunderbit มีแผนใช้ฟรีสำหรับ 6 หน้า/เดือน โดยแผนเสียเงินเริ่มต้นที่ $15/เดือน สำหรับ 500 credits ใน Starter ส่วน Pro ราคา $38/เดือน สำหรับ 3,000 credits และหากสูงกว่านั้นจะเป็นแผน Business ที่ประเมินราคาเป็นกรณีไป หากเลือกแผนรายปี คุณจะได้รับ credits ของทั้งปีล่วงหน้าทั้งหมด — 5,000 สำหรับ Starter และ 30,000 สำหรับ Pro
ข้อดี:
- AI ที่แข็งแกร่งช่วยให้ดึงและประมวลผลข้อมูลง่ายขึ้น
- ไม่ต้องเขียนโค้ด ใช้งานได้กับผู้ใช้ทุกระดับ
- เหมาะมากกับการ scraping แบบเบา ๆ เช่น ไดเรกทอรี เว็บไซต์ช้อปปิ้ง เป็นต้น
- อินทิเกรชันดี ส่งออกไปยังแอปยอดนิยมได้โดยตรง
ข้อเสีย:
- การ scraping ข้อมูลจำนวนมากอาจใช้เวลาพอสมควรเพื่อให้มั่นใจในความแม่นยำ
- ฟีเจอร์ขั้นสูงบางอย่างอาจต้องสมัครแบบเสียเงิน
อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมไหม? เริ่มจาก ติดตั้ง Thunderbit หรือดู วิธี scrape เว็บไซต์แบบง่าย ๆ ด้วย Thunderbit
Best Web Scraper สำหรับการมอนิเตอร์ข้อมูลและการดึงข้อมูลจำนวนมาก
Browse AI
Browse AI คือเครื่องมือดึงข้อมูลแบบ no-code ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ดึงและติดตามข้อมูลได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเลย Browse AI มีฟีเจอร์ AI อยู่บ้าง แต่ยังไม่ถึงระดับ AI scraping แบบเต็มตัว อย่างไรก็ตาม มันช่วยให้ผู้ใช้เริ่มใช้งานได้ง่ายขึ้นมาก
ฟีเจอร์เด่น
- อินเทอร์เฟซแบบ No-code: ให้ผู้ใช้สร้างเวิร์กโฟลว์เฉพาะได้ด้วยการคลิกง่าย ๆ
- การมอนิเตอร์แบบเรียลไทม์: ใช้บอทติดตามการเปลี่ยนแปลงของหน้าเว็บและส่งข้อมูลอัปเดตกลับมา
- ดึงข้อมูลจำนวนมาก: รองรับข้อมูลได้สูงสุด 50,000 รายการในครั้งเดียว
- เชื่อมต่อเวิร์กโฟลว์: ลิงก์บอทหลายตัวเข้าด้วยกันเพื่อประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนขึ้น
ราคา
เริ่มต้นที่ $19/เดือนสำหรับแผน Personal ซึ่งรวม 2,000 credits มีแพ็กเกจฟรีให้ใช้ โดยให้ 50 credits ต่อเดือนสำหรับทดลองฟีเจอร์พื้นฐาน
ข้อดี:
- เชื่อมต่อกับ Google Sheets และ Zapier ได้
- บอทสำเร็จรูปช่วยให้งานดึงข้อมูลทั่วไปง่ายขึ้น
ข้อเสีย:
- หน้าที่ซับซ้อนอาจต้องตั้งค่าเพิ่มเติม
- ความเร็วในการ scraping จำนวนมากอาจไม่คงที่ และบางครั้งอาจเกิด timeout
Best Web Scraper สำหรับการเชื่อมต่อเวิร์กโฟลว์
Bardeen AI
Bardeen AI เป็นเครื่องมือ automation แบบ no-code ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้เวิร์กโฟลว์ลื่นไหลขึ้นด้วยการเชื่อมต่อแอปต่าง ๆ แม้จะใช้ AI เพื่อสร้าง automation แบบกำหนดเองได้ แต่ความยืดหยุ่นยังไม่เทียบเท่าเครื่องมือ AI Scraping แบบเต็มรูปแบบ
ฟีเจอร์เด่น
- Automation แบบ No-code: ให้ผู้ใช้ตั้งค่าเวิร์กโฟลว์ได้ด้วยการคลิก
- MagicBox: อธิบายงานด้วยภาษาธรรมดา แล้ว Bardeen AI จะแปลงเป็นเวิร์กโฟลว์ให้
- ตัวเลือกอินทิเกรชันกว้าง: เชื่อมต่อได้กับแอปมากกว่า 130 แอป รวมถึง Google Sheets, Slack และ LinkedIn
ราคา
เริ่มต้นที่ $10/เดือนสำหรับแผน Basic และ Premium อยู่ที่ $50/เดือนสำหรับ 1,000 credits (ประมาณข้อมูล 1,000 แถว) ส่วนแพ็กเกจฟรีให้ 100 credits ต่อเดือนสำหรับทดลองฟีเจอร์พื้นฐาน
ข้อดี:
- ตัวเลือกอินทิเกรชันหลากหลาย รองรับความต้องการทางธุรกิจที่แตกต่างกัน
- ยืดหยุ่นและขยายใช้งานได้ดีสำหรับธุรกิจทุกขนาด
ข้อเสีย:
- ผู้ใช้ใหม่อาจต้องใช้เวลาศึกษาแพลตฟอร์มให้ครบ
- การตั้งค่าเริ่มต้นค่อนข้างใช้เวลา
Best Visual Web Scraper สำหรับคนที่มีประสบการณ์
Web Scraper
ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด: ชื่อเครื่องมือนี้คือ “Web Scraper” จริง ๆ Web Scraper เป็น browser extension ยอดนิยมสำหรับ Chrome และ Firefox ที่ให้ผู้ใช้ดึงข้อมูลโดยไม่ต้องเขียนโค้ด พร้อมวิธีสร้างงาน scraping แบบภาพ อย่างไรก็ตาม คุณอาจต้องใช้เวลาสองสามวันดูและเรียนรู้จากวิดีโอสอนด้านบนจึงจะใช้งานได้คล่องจริง ๆ ถ้าคุณอยากให้การ scraping เบาสมองขึ้น เลือก AI Web Scraper จะดีกว่า
ฟีเจอร์เด่น
- สร้างงานแบบภาพ: ให้ผู้ใช้ตั้งค่างาน scraping โดยคลิกองค์ประกอบบนหน้าเว็บ
- รองรับเว็บไซต์ไดนามิก: จัดการ AJAX requests และ JavaScript บนเว็บที่มีการเปลี่ยนแปลงได้
- Cloud Scraping: ตั้งเวลางานผ่าน Web Scraper Cloud สำหรับการดึงข้อมูลเป็นรอบ ๆ
ราคา
ใช้ฟรีสำหรับการใช้งานบนเครื่อง; แผนเสียเงินเริ่มต้นที่ $50/เดือนสำหรับฟีเจอร์บนคลาวด์
ข้อดี:
- ทำงานได้ดีบนเว็บไดนามิก
- ฟรีสำหรับการใช้งานบนเครื่อง
ข้อเสีย:
- ต้องมีความรู้เชิงเทคนิคเพื่อให้ตั้งค่าได้ดีที่สุด
- ต้องมีการทดสอบการเปลี่ยนแปลงอย่างละเอียด
Best Web Scraper สำหรับหลีกเลี่ยงการบล็อก IP และการตรวจจับบอท
Octoparse

Octoparse เป็นซอฟต์แวร์ที่ยืดหยุ่น เหมาะกับผู้ใช้ที่มีความเชิงเทคนิคมากขึ้นในการเก็บและมอนิเตอร์ข้อมูลเว็บเฉพาะทางโดยไม่ต้องเขียนโค้ด จึงเหมาะกับงานข้อมูลขนาดใหญ่ Octoparse ไม่ได้ทำงานผ่านเบราว์เซอร์ของผู้ใช้โดยตรง แต่ใช้เซิร์ฟเวอร์คลาวด์ในการดึงข้อมูลแทน ดังนั้นจึงมีหลายวิธีในการช่วยหลีกเลี่ยงการบล็อก IP และการตรวจจับบอทของบางเว็บไซต์
ฟีเจอร์เด่น
- ทำงานแบบ No-code: ผู้ใช้สร้างงาน scraping ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ทำให้คนที่มีทักษะต่างกันใช้งานได้
- Smart Auto-Detection: ตรวจจับข้อมูลบนหน้าเว็บอัตโนมัติ ระบุองค์ประกอบที่ดึงได้อย่างรวดเร็ว และทำให้การตั้งค่าง่ายขึ้น
- Cloud Scraping: รองรับการดึงข้อมูลบนคลาวด์ตลอด 24/7 พร้อมงานตามกำหนดเวลา เพื่อความยืดหยุ่นในการดึงข้อมูล
- ไลบรารีเทมเพลตขนาดใหญ่: มีเทมเพลตสำเร็จรูปหลายร้อยแบบ ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลจากเว็บไซต์ยอดนิยมได้เร็วโดยไม่ต้องตั้งค่ายุ่งยาก
ราคา
ราคาเริ่มต้นของ Octoparse อยู่ที่ $69/เดือนสำหรับแผน Standard (ชำระรายปี) ซึ่งรวม 100 tasks และมีแผน Professional ที่ $249/เดือน นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจฟรีที่มี 10 tasks และส่งออกข้อมูลได้สูงสุด 50,000 แถวต่อเดือนให้ทดลองฟังก์ชันพื้นฐาน
ข้อดี:
- ฟีเจอร์ทรงพลัง รองรับการ scraping เว็บไดนามิกได้อย่างยืดหยุ่น
- มีวิธีรับมือข้อจำกัดในการ scraping และปัญหาเนื้อหาแบบไดนามิก
ข้อเสีย:
- โครงสร้างเว็บไซต์ที่ซับซ้อนอาจต้องใช้เวลาในการตั้งค่ามากขึ้น
- ผู้ใช้ใหม่อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้วิธีใช้งาน
Best Web Scraper สำหรับ API ดึงข้อมูลด้วย AI ขั้นสูง
Diffbot
Diffbot เป็นเครื่องมือดึงข้อมูลเว็บระดับสูงที่ใช้ AI เปลี่ยนเนื้อหาเว็บแบบไม่มีโครงสร้างให้กลายเป็นข้อมูลที่มีโครงสร้าง ด้วย API ที่ทรงพลังและ knowledge graph Diffbot ช่วยให้ผู้ใช้ดึง วิเคราะห์ และจัดการข้อมูลจากเว็บได้ เหมาะกับหลายอุตสาหกรรมและหลายรูปแบบการใช้งาน
ฟีเจอร์เด่น
- Data Extraction API: Diffbot มี API ดึงข้อมูลแบบไม่ต้องตั้งกฎ ผู้ใช้แค่ใส่ URL ก็สามารถดึงข้อมูลอัตโนมัติได้ โดยไม่ต้องกำหนด rule แยกสำหรับแต่ละเว็บไซต์
- Natural Language Processing API: ดึงเอนทิตี ความสัมพันธ์ และความรู้สึกจากข้อความไม่มีโครงสร้าง เพื่อนำไปสร้าง knowledge graph ของตัวเอง
- Knowledge Graph: Diffbot มี knowledge graph ขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของตลาด เชื่อมโยงข้อมูลเอนทิตีจำนวนมาก รวมถึงรายละเอียดของบุคคลและองค์กร
ราคา
แผนราคาของ Diffbot เริ่มต้นที่ $299/เดือน ซึ่งรวม 250,000 credits (เทียบเท่ากับการดึงหน้าเว็บผ่าน API ประมาณ 250,000 ครั้ง)
ข้อดี:
- ความสามารถดึงข้อมูลแบบไม่ต้องตั้งกฎแข็งแกร่งและยืดหยุ่นสูง
- มีตัวเลือกอินทิเกรชัน API ครอบคลุม เชื่อมกับระบบเดิมได้ง่าย
- รองรับการ scraping ขนาดใหญ่ เหมาะกับงานระดับองค์กร
ข้อเสีย:
- การตั้งค่าเริ่มต้นอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้สำหรับผู้ที่ไม่ถนัดเทคนิค
- ผู้ใช้ต้องเขียนโปรแกรมเพื่อเรียก API จึงจะใช้งานได้
จะใช้ scraper ทำอะไรได้บ้าง?
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มกับ web scraping นี่คือตัวอย่าง use case ยอดนิยมที่จะช่วยให้เริ่มต้นได้ง่ายขึ้น หลายคนใช้ scraper เพื่อดึงรายการสินค้า Amazon, เก็บข้อมูลอสังหาฯ จาก Zillow หรือรวบรวมข้อมูลธุรกิจจาก Google Maps แต่ยังไม่หมดแค่นั้น—คุณสามารถใช้ Thunderbit AI Web Scraper เพื่อเก็บข้อมูลจากแทบทุกเว็บไซต์ ช่วยให้งานต่าง ๆ คล่องตัวและประหยัดเวลาในเวิร์กโฟลว์ประจำวันของคุณ ไม่ว่าจะเพื่อการวิจัย การติดตามราคา หรือการสร้างฐานข้อมูล web scraping เปิดโอกาสมากมายในการนำข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับคุณ
คำถามที่พบบ่อย
-
การ web scraping ถูกกฎหมายไหม?
โดยทั่วไป web scraping สามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการใช้งานของเว็บไซต์และคำนึงถึงลักษณะของข้อมูลที่เข้าถึง ควรตรวจสอบนโยบายที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติตามแนวทางด้านกฎหมายเสมอ
-
จำเป็นต้องมีทักษะการเขียนโปรแกรมเพื่อใช้เครื่องมือ web scraping ไหม?
เครื่องมือส่วนใหญ่ที่กล่าวถึงในบทความนี้ไม่ต้องใช้ทักษะการเขียนโปรแกรม แต่เครื่องมืออย่าง Octoparse และ Web Scraper อาจได้ประโยชน์มากขึ้นหากผู้ใช้มีความเข้าใจพื้นฐานเรื่องโครงสร้างเว็บและมี mindset แบบเขียนโปรแกรมบ้าง
-
มีเครื่องมือ web scraping ฟรีไหม?
มี เครื่องมือฟรีอย่าง BeautifulSoup, Scrapy และ Web Scraper พร้อมใช้งาน และบางเครื่องมือก็มีแผนฟรีที่จำกัดฟีเจอร์ให้ทดลองใช้
-
ความท้าทายที่พบบ่อยในการ web scraping มีอะไรบ้าง?
ความท้าทายที่พบบ่อย ได้แก่ การรับมือกับเนื้อหาแบบไดนามิก CAPTCHA การบล็อก IP และโครงสร้าง HTML ที่ซับซ้อน เครื่องมือและเทคนิคขั้นสูงสามารถช่วยจัดการปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านเพิ่มเติม:
ใช้ AI เพื่อทำงานได้แบบไม่ต้องออกแรง Get Started Free


