ถ้าคุณทำการตลาด B2B แล้วไม่ได้อัปเดตสถิติ LinkedIn มาสักพัก บอกเลยว่าอาจต้องหยุดแล้วอ่านจริงจัง: ตอนนี้ LinkedIn มีสมาชิกเกือบ 1.3 พันล้านคน ทั่วโลก และในปี 2026 มันไม่ใช่แค่ที่ฝากเรซูเม่ออนไลน์อีกต่อไป—แต่กลายเป็น “สนามหลัก” ของการตลาด B2B การสร้างลีด และการสร้างอิทธิพลในโลกมืออาชีพแบบเต็มตัว ตัวเลขไม่ได้แค่ “เล่าเรื่อง” แต่เหมือน “ตะโกนใส่หน้า” เลย ตั้งแต่ 41% ของงบโฆษณา B2B ทั้งหมด ที่เทมาที่ LinkedIn ไปจนถึง อัตราคอนเวอร์ชันเฉลี่ยของ Lead Gen Form ที่ 13% (สูงกว่าค่าเฉลี่ยของหน้าแลนดิ้งเพจในอุตสาหกรรมถึง 3 เท่า) คุณจะเห็นแรงกระเพื่อมของแพลตฟอร์มนี้แทบทุกมุมของฟันเนล
ผมคลุกวงในสาย SaaS และระบบอัตโนมัติมาหลายปี และพูดได้เต็มปากว่า—แทบไม่มีช่องทางไหนผสม “การเข้าถึง + การยิงกลุ่มเป้าหมาย + บริบททางธุรกิจ” ได้ลงตัวเท่า LinkedIn ในโพสต์นี้ ผมจะสรุป สถิติการตลาด B2B บน LinkedIn ล่าสุด เกณฑ์มาตรฐานด้านการสร้างลีด ข้อมูลประสิทธิภาพโฆษณา LinkedIn และ เทรนด์การตลาด B2B บน LinkedIn ที่กำลังกำหนดวิธีที่บริษัทต่าง ๆ ชนะบน LinkedIn ในปี 2026 ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการตลาด หัวหน้าทีมขาย หรือแค่อยากรู้ว่าโอกาสใหญ่ครั้งต่อไปจะมาจากไหน—นี่คือชุดตัวเลข (พร้อมอินไซต์) ที่คุณน่าจะอยากหยิบไปอ้างอิง แชร์ และเอาไปลงมือทำจริง
สถิติการตลาด B2B บน LinkedIn แบบสรุปเร็ว
เริ่มด้วยสถิติไฮไลต์ที่นักการตลาด B2B ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับ LinkedIn ในปี 2026:
- LinkedIn มีสมาชิก 1.3 พันล้านคน เป็นเครือข่ายมืออาชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ().
- รายได้รวม มากกว่า 18 พันล้านดอลลาร์ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เติบโต 11% YoY—แรงขับหลักมาจากการใช้จ่ายด้านการตลาด B2B ().
- LinkedIn ครองสัดส่วน 41% ของงบโฆษณา B2B ทั้งหมด ().
- แคมเปญบน LinkedIn ให้ค่า ROAS เฉลี่ย 121% สูงกว่า Google Search (67%) และ Meta (51%) ในชุดข้อมูลเดียวกัน ().
- อัตราคอนเวอร์ชันเฉลี่ยของ Lead Gen Form 13% (เทียบกับ 4.02% ของหน้าแลนดิ้งเพจ) ().
- คอมเมนต์เพิ่มขึ้น 24% YoY และ การอัปโหลดวิดีโอเติบโตระดับสองหลัก ต่อเนื่อง 3 ไตรมาสติด ().
- โฆษณาวิดีโอแบบชำระเงินบน LinkedIn เติบโต 30% YoY ().
- 73% ของผู้มีอำนาจตัดสินใจ เชื่อถือคอนเทนต์แนว Thought Leadership บน LinkedIn มากกว่าสื่อการตลาดแบบดั้งเดิม ().
- 95% ของผู้มีอำนาจตัดสินใจที่ “ซ่อนอยู่” ระบุว่า Thought Leadership ที่แข็งแรงทำให้เปิดรับการติดต่อมากขึ้น ().
- 95% ของนักการตลาด B2B ใช้ AI ทุกสัปดาห์ (65% ใช้ทุกวัน) เพื่อปรับแคมเปญ LinkedIn ให้ดีขึ้น ().
ตัวเลขพวกนี้ไม่ได้แค่ “สวย” แต่กำลังชี้ชัดว่าในปี 2026 LinkedIn คือพื้นที่ที่ธุรกิจ B2B “ปิดดีลได้จริง” ไม่ใช่แค่สร้างกระแส

ความเป็นผู้นำของ LinkedIn ในการตลาด B2B: ข้อมูลปี 2026
แล้วทำไม LinkedIn ถึงครองเกมการตลาด B2B? คำตอบอยู่ในข้อมูล: การเข้าถึง คุณภาพ และบริบททางธุรกิจ
กลุ่มผู้ใช้งานมืออาชีพของ LinkedIn: ทั้งกว้างและคุณภาพสูง
สมาชิก 1.3 พันล้านคน ของ LinkedIn ไม่ใช่แค่ตัวเลขเท่ ๆ จุดแข็งจริงคือ “คน” ที่อยู่ในนั้น—ผู้มีอำนาจตัดสินใจ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้นำในอุตสาหกรรม ต่างจากแพลตฟอร์มสายผู้บริโภค LinkedIn ให้คุณยิงโฆษณา/คอนเทนต์ตามบริษัท ตำแหน่ง ระดับอาวุโส และอุตสาหกรรมได้—ความแม่นระดับนี้แทบหาไม่ได้จากที่อื่น เพราะมันฝังอยู่ในโครงสร้างของแพลตฟอร์มเอง ().
- 73% ของผู้มีอำนาจตัดสินใจ เชื่อถือ Thought Leadership บน LinkedIn มากกว่าการตลาดแบบเดิม ().
- 95% ของผู้มีอำนาจตัดสินใจที่ “ซ่อนอยู่” บอกว่า Thought Leadership ที่ดีทำให้พร้อมรับการติดต่อมากขึ้น ().
- ผู้บริหารระดับ C-suite มากกว่าครึ่ง ใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการเสพ Thought Leadership บน LinkedIn ().
สรุปแบบไม่อ้อมค้อม: ถ้าคุณอยากเข้าถึง สร้างอิทธิพล และเปลี่ยนคนสำคัญใน B2B ให้กลายเป็นลูกค้า LinkedIn คือแพลตฟอร์มที่ “ใช่” สุด ๆ
สถิติการสร้างลีดบน LinkedIn: อะไรเวิร์กในปี 2026
มาคุยเรื่องที่สำคัญจริง—ลีดและไปป์ไลน์ LinkedIn ไม่ได้มีไว้แค่สร้างการรับรู้แบรนด์ แต่มันเป็นเครื่องจักรสร้างลีดของจริง
- อัตราคอนเวอร์ชันเฉลี่ยของ Lead Gen Form 13% ()—มากกว่าค่าเฉลี่ยของหน้าแลนดิ้งเพจถึง 3 เท่า (4.02% ตาม Unbounce)
- 41% ของงบโฆษณา B2B ถูกใช้บน LinkedIn แล้ว () สะท้อนความมั่นใจของนักการตลาดว่าแพลตฟอร์มนี้ให้ลีดคุณภาพ
- 281 วัน: ระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่เห็นโฆษณา/คอนเทนต์บน LinkedIn ครั้งแรกจนปิดรายได้ในเซลส์ไซเคิล B2B () ซึ่งตอกย้ำบทบาทของ LinkedIn ในดีลมูลค่าสูงที่ต้องแตะหลายครั้ง

เกณฑ์มาตรฐานการสร้างลีดบน LinkedIn แยกตามอุตสาหกรรม
ตัวเลขแยกอุตสาหกรรมมักตีความยาก (และพูดตรง ๆ คือไม่ค่อยโปร่งใสเสมอไป) แต่ข้อมูลสาธารณะที่ดีที่สุดบอกไว้ประมาณนี้:
- SaaS/Tech: CPL (ต้นทุนต่อหนึ่งลีด) อยู่ที่ $207–$345; อัตราคอนเวอร์ชันอยู่ราว 0.65–0.69% (, ).
- Professional Services: CPL มักสูงขึ้นเล็กน้อย แต่คุณภาพลีดและมูลค่าดีลมักสูงกว่า
- Logistics/Supply Chain: CPL ใกล้เคียง SaaS แต่เซลส์ไซเคิลยาวกว่า
- Manufacturing: ข้อมูลมีจำกัด แต่หมวดใกล้เคียงชี้ว่า CPL น่าจะอยู่ช่วง $250–$350
ไม่ว่าคุณจะอยู่สายไหน LinkedIn มักทำผลงานเหนือแพลตฟอร์มอื่นในแง่คุณภาพลีดและผลต่อไปป์ไลน์ B2B
ข้อมูลประสิทธิภาพโฆษณา LinkedIn: เกณฑ์มาตรฐานปี 2026
โฆษณา LinkedIn ไม่ได้ถูก—แต่ถ้าคุณทำ B2B แล้ว ROI มักคุ้มแบบเห็นภาพ
- CTR เฉลี่ย: 0.65–0.69% (, )
- CPC เฉลี่ย: $10.11–$11.04
- CPL เฉลี่ย: $207–$345
- ROAS เฉลี่ย: 121% ()
LinkedIn เทียบกับแพลตฟอร์มโซเชียลอื่น: เปรียบเทียบประสิทธิภาพโฆษณา
แล้ว LinkedIn สู้คู่แข่งได้แค่ไหน?
- ROAS: LinkedIn 121%, Google Search 67%, Meta 51% ()
- การเติบโตของงบ: งบโฆษณา LinkedIn เพิ่ม 31.7% YoY เทียบกับ Google ที่เพิ่ม 6% ()
- ต้นทุนต่อคลิก: CPC ของ LinkedIn สูงกว่า Meta แต่คุณภาพลีดและผลต่อไปป์ไลน์ทำให้หลายทีม B2B มองว่าคุ้มค่า

ข้อสรุปคือ: LinkedIn อาจแพงกว่าต่อคลิก แต่ให้ “มูลค่า” ต่อหนึ่งลีดและต่อเงินที่จ่ายสูงกว่า—โดยเฉพาะสินค้าหรือบริการ B2B ที่ต้องใช้การพิจารณาสูง
เทรนด์การตลาด B2B บน LinkedIn ในปี 2026
LinkedIn ไม่ได้หยุดนิ่ง แพลตฟอร์มเปลี่ยนไว และกลยุทธ์ที่เวิร์กก็ต้องขยับตาม
การเติบโตของวิดีโอและคอนเทนต์แบบอินเทอร์แอคทีฟ
- การอัปโหลดวิดีโอเติบโตระดับ สองหลัก ต่อเนื่อง 3 ไตรมาสติด ().
- โฆษณาวิดีโอแบบชำระเงินเติบโต 30% YoY ().
- อัตราเอนเกจเมนต์ตามรูปแบบคอนเทนต์ ():
- โพสต์เอกสารแบบเนทีฟ: 7.00%
- โพสต์หลายภาพ: 6.45%
- วิดีโอ: 6.00%
- รูปภาพ: 5.30%
- ข้อความ: 4.50%
- ลิงก์: 3.25%

ถ้าคุณยังไม่ลองวิดีโอและฟอร์แมตที่โต้ตอบได้ บอกเลยว่ากำลังพลาดช่องทางเอนเกจเมนต์ที่โตเร็วที่สุดบน LinkedIn
กลยุทธ์ Custom Audience และการทำ Personalization
- การทดสอบช่วงแรกพบว่าแคมเปญที่ใช้ predictive audiences และวัตถุประสงค์ lead gen มี CPL ต่ำลง 21% ().
- การผสานคอนเทนต์วิดีโอ/คารูเซลแบบเจาะกลุ่ม + รีทาร์เก็ตติ้ง + Lead Gen Form แบบเนทีฟ สามารถยกระดับผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน
การทำ Personalization และการยิงกลุ่มเป้าหมายขั้นสูงไม่ใช่ “มีแล้วดี” อีกต่อไป—แต่มันคือมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับนักการตลาด B2B ที่อยากชนะบน LinkedIn
การปรับการตลาด B2B บน LinkedIn ด้วยข้อมูลจริง
เมื่อข้อมูลอยู่ตรงหน้าแน่นขนาดนี้ คำถามสำคัญคือ: จะเอาไปใช้ให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้ยังไง?
- 95% ของนักการตลาด B2B ใช้ AI ทุกสัปดาห์ (65% ใช้ทุกวัน) เพื่อปรับแคมเปญให้มีประสิทธิภาพขึ้น ().
- นักการตลาดรายงานว่าประหยัดเวลาได้ ราว 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยเฉลี่ย จาก AI และระบบอัตโนมัติ
- มีเพียง 32% ที่ประเมินความเชี่ยวชาญ AI ของตัวเองว่า “ดีมากเป็นพิเศษ” แปลว่ายังมีช่องว่างใหญ่สำหรับทีมที่ลงทุนกับเครื่องมือและการอัปสกิล

ใช้ AI และระบบอัตโนมัติเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า
AI ไม่ใช่แค่คำฮิตติดปาก—แต่มันคือความได้เปรียบที่วัดผลได้จริง เครื่องมืออย่าง ช่วยให้คุณทำสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น:
- ดึงและวิเคราะห์ข้อมูล LinkedIn เพื่อยิงกลุ่มเป้าหมายได้ฉลาดขึ้น
- ทำงานซ้ำ ๆ ให้เป็นอัตโนมัติ (เช่น สร้างลิสต์ลีดและเติมข้อมูลให้ครบ)
- เชื่อมอินไซต์จาก LinkedIn เข้ากับเวิร์กโฟลว์ CRM งานขาย และการตลาดได้โดยตรง
ผลลัพธ์คือแคมเปญที่ทำงานไวขึ้น แม่นขึ้น และทิ้งห่างคู่แข่งที่ยังทำมืออยู่
สรุปประเด็นสำคัญ: การตลาด B2B บน LinkedIn ในปี 2026
ปิดท้ายด้วยบทเรียนหลักจากข้อมูลทั้งหมด:
- LinkedIn คือแพลตฟอร์มหลักของการตลาด B2B ในปี 2026 ด้วยการเข้าถึง การยิงกลุ่ม และบริบททางธุรกิจที่เหนือกว่า
- การสร้างลีดและคอนเวอร์ชัน บน LinkedIn ทำได้ดีกว่าช่องทางอื่น โดยเฉพาะเมื่อใช้ Lead Gen Form แบบเนทีฟและวางลำดับคอนเทนต์แบบฟูลฟันเนล
- งบโฆษณาไหลตามผลงาน—41% ของเงินโฆษณา B2B ไปที่ LinkedIn และแพลตฟอร์มให้ ROAS ที่โดดเด่น
- วิดีโอและคอนเทนต์อินเทอร์แอคทีฟ ดันเอนเกจเมนต์สูงขึ้น ควรเป็นแกนหลักของคอนเทนต์มิกซ์
- AI และระบบอัตโนมัติ กลายเป็นเรื่องปกติใน B2B แล้ว แต่ยังมีช่องให้ “ชนะเพิ่ม” ด้วยเครื่องมือที่ฉลาดกว่าและการวิเคราะห์ที่ดีขึ้น
- Thought Leadership และคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ ไม่ได้มีไว้แค่สร้างการรับรู้แบรนด์—แต่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อและผลลัพธ์ของไปป์ไลน์โดยตรง
ถ้าคุณยังไม่ได้ทำให้ LinkedIn เป็นแกนกลางของกลยุทธ์การตลาด B2B ปี 2026 คือปีที่ควรเริ่มแบบจริงจัง
คำถามที่พบบ่อย: สถิติและเทรนด์การตลาด B2B บน LinkedIn
1. อัตราคอนเวอร์ชัน Lead Gen Form บน LinkedIn ที่ถือว่า “ดี” ในปี 2026 คือเท่าไร?
มีรายงานว่า Lead Gen Form ของ LinkedIn มีอัตราคอนเวอร์ชันเฉลี่ย 13% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของหน้าแลนดิ้งเพจทั่วไป (4.02%) มากกว่า 3 เท่า สาเหตุหลักมาจากการดึงข้อมูลโปรไฟล์มาเติมให้อัตโนมัติและลดขั้นตอนที่ทำให้คนหลุด ().
2. ทำไม LinkedIn ดูแพงในแง่ CPC/CPL แต่ยังชนะเรื่อง ROI?
แม้ต้นทุนต่อคลิกและต่อลีดของ LinkedIn จะสูงกว่าแพลตฟอร์มอย่าง Meta แต่คุณภาพลีดและความสามารถในการมีอิทธิพลต่อดีล B2B มูลค่าสูง ทำให้ ROAS เฉลี่ยสูงกว่า (121%) ().
3. แคมเปญ LinkedIn ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะส่งผลต่อรายได้?
เซลส์ไซเคิล B2B มักยาว—Dreamdata รายงานค่าเฉลี่ย 281 วัน ตั้งแต่การมองเห็นครั้งแรกบน LinkedIn จนปิดรายได้ นักการตลาดควรโฟกัสการวัดผลแบบหลายจุดสัมผัส (multi-touch attribution) และอิทธิพลต่อไปป์ไลน์ ไม่ใช่แค่ตัวชี้วัดแบบ last-click ().
4. รูปแบบคอนเทนต์ไหนสร้างเอนเกจเมนต์สูงสุดบน LinkedIn?
โพสต์เอกสารแบบเนทีฟ (7.00%), โพสต์หลายภาพ (6.45%) และวิดีโอ (6.00%) เป็นกลุ่มที่ทำเอนเกจเมนต์ได้ดีที่สุด การทดลองใช้ฟอร์แมตเหล่านี้ช่วยเพิ่มการเข้าถึงและอิมแพกต์ได้ ().
5. AI กำลังเปลี่ยนการตลาด B2B บน LinkedIn อย่างไร?
การใช้ AI กลายเป็นกระแสหลักแล้ว—95% ของนักการตลาด B2B ใช้ AI ทุกสัปดาห์เพื่อปรับแคมเปญ และประหยัดเวลาได้เฉลี่ยราว 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ความได้เปรียบถัดไปคือการใช้เครื่องมือขั้นสูง (เช่น Thunderbit) เพื่ออินไซต์ที่ลึกขึ้นและระบบอัตโนมัติที่มากขึ้น ().
อ่านต่อ & แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
อยากลงลึกกว่านี้? นี่คือแหล่งข้อมูลชั้นดีสำหรับสถิติและแนวทางปฏิบัติด้านการตลาด B2B บน LinkedIn:
- สำหรับเรื่องระบบอัตโนมัติการตลาด B2B ด้วย AI เพิ่มเติม