ตลาด Amazon ในปี 2026 นี่บอกเลยว่าเปลี่ยนไปแบบ “คนละ판” จากแค่ปีสองปีก่อน ถ้าคุณเป็นสายดาต้าเหมือนผม—ชอบไล่เก็บตัวเลขใหม่ ๆ แล้วอยากรู้จริง ๆ ว่าอะไรคือ 엔진 ที่ดันการเติบโต—ก็น่าจะเข้าใจว่า “จะนำหน้า” ต้องเริ่มจากอ่านเกมผ่านตัวเลข ไม่ใช่แค่พาดหัวข่าว และปีนี้ตัวเลขคือโหดมาก: GMV ทั่วโลกของ Amazon กำลังพุ่งทะลุ 800 พันล้านดอลลาร์ ฐานผู้ขายเริ่มรวมศูนย์หนักขึ้น และบางหมวดสินค้ากำลังโตเร็วแบบตามแทบไม่ทัน ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ขายเก๋า ๆ แบรนด์ที่เพิ่งเริ่ม หรือสายดาต้าแบบผม สถิติผู้ขาย Amazon พวกนี้ไม่ใช่แค่เกร็ดความรู้—แต่มันคือ “คู่มือเล่นเกม” ปี 2026 ของคุณเลย
บทความนี้จะพาคุณเจาะสถิติผู้ขาย Amazon ที่สำคัญสุดสำหรับปี 2026 แบบจัดเต็ม แยกให้เห็นว่าหมวดไหนกำลัง “ติดไฟ” เปรียบเทียบผลงานระหว่าง private label กับผู้ขาย third-party และดูว่าเครื่องมืออย่าง ช่วยเปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็นความได้เปรียบแบบจับต้องได้ยังไง นอกจากนี้ยังมีภาพรวมเทรนด์รายภูมิภาคทั่วโลก และสรุปตัวเลขไฮไลต์ที่คุณควรบุ๊กมาร์กไว้ (หรือพูดตรง ๆ คือเอาไปอ้างในสไลด์พรีเซนต์ครั้งหน้าได้เลย)
สถิติผู้ขาย Amazon ปี 2026: ภาพรวมตลาดแบบครบมิติ
ตลาด Amazon ใหญ่ขึ้น แข่งเดือดขึ้น และ—เชื่อไหม—กระจุกตัวมากขึ้นกว่าเดิมอีก นี่คือสิ่งที่ข้อมูลกำลังบอกเราเกี่ยวกับสถานการณ์ในปี 2026:

ยอดขายสุทธิรวมของ Amazon (2025): (โต 12.4% YoY)
ประมาณการ GMV ทั่วโลกของ Amazon (2025): (รวมทุกมาร์เก็ตเพลส)
GMV ของผู้ขาย Third-Party (2025): (ทั่วโลก)
จำนวนผู้ขายที่แอคทีฟทั่วโลก (2025): (ลดลงจาก 2.4 ล้านรายในปี 2021)
จำนวนผู้ขายใหม่ที่สมัคร (Amazon.com, 2025): (ลดลง 44% YoY)
รายได้จากบริการสำหรับผู้ขาย (2025): (คอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียม FBA ฯลฯ)
รายได้จากบริการโฆษณา (2025): (โต 22.1% YoY)
สัดส่วนผู้ขายจีนต่อผู้ขายแอคทีฟทั่วโลก:
GMV ของผู้ขาย Third-Party ในสหรัฐฯ (2025):
แล้วตัวเลขพวกนี้กำลังบอกอะไรเรา? ผู้ขายน้อยลง แต่ตลาดกลับโตขึ้น—แปลว่า “เงินต่อผู้ขาย” เฉลี่ยมากขึ้นก็จริง แต่การแข่งขันก็ยิ่งดุ และเดิมพันก็สูงขึ้นตามไปด้วย และเมื่อรายได้จากบริการของ Amazon คิดเป็นเกือบ 59% ของยอดขายสุทธิทั้งหมด ก็ชัดเลยว่า “เศรษฐศาสตร์ฝั่งผู้ขาย” คือหัวใจของโมเดลธุรกิจ Amazon แบบไม่ต้องเถียง
การเปลี่ยนแปลงเทียบปีก่อน และเทรนด์ใหม่ที่กำลังก่อตัว
- การไหลออกของผู้ขายและการรวมศูนย์: ผู้ขายแอคทีฟลดลง แต่คนที่อยู่รอดทำยอดได้มากขึ้นจริง ๆ โดย (ราว 1.6% ของผู้ขายแอคทีฟ) สร้าง GMV third-party ในสหรัฐฯ ได้ถึงครึ่งหนึ่ง
- ทราฟฟิกต่อผู้ขายเพิ่มขึ้น: เมื่อผู้ขายน้อยลงแต่ทราฟฟิกคงที่ จำนวนการเข้าชมต่อผู้ขายเพิ่มขึ้น
- แรงขับเคลื่อนข้ามพรมแดน: ผู้ขายจีนกลายเป็นเสียงข้างมากของบัญชีแอคทีฟ แต่ผู้ขายสหรัฐฯ ยังทำรายได้ “ต่อผู้ขาย” ได้สูงกว่า
สรุปสั้น ๆ: Amazon ปี 2026 คือเกมของสเกล ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และความคล่องตัวที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลแบบ 진짜
การเติบโตของยอดขายและส่วนแบ่งตลาด: หมวดไหนมีศักยภาพที่สุด?
ถ้าคุณกำลังมอง “คลื่นลูกต่อไป” บน Amazon คุณต้องรู้ให้ชัดว่าการเติบโตมันเกิดตรงไหน ข้อมูลปี 2025–2026 ชี้ชัดว่ามีผู้ชนะบางหมวด—และมีบางอย่างที่เซอร์ไพรส์ด้วยเหมือนกัน
การเติบโตและการขยับส่วนแบ่งตลาดรายหมวด
มาดูตัวเลขตามหมวดสินค้าหลัก โดยโฟกัสที่สหรัฐฯ (เพราะมีข้อมูลละเอียดที่สุด):
| หมวดสินค้า | ยอดขายหน่วย (YoY) | รายได้ (YoY) | ปัจจัยขับเคลื่อนเด่น |
|---|---|---|---|
| Beauty & Personal Care | +23% | +22% | โต YoY สูงสุดใน 19 หมวด (Jungle Scout) |
| Cosmetics | +30% | +38% | จำนวนรีวิวเพิ่ม 45% ราคาเฉลี่ยราว ~$23.10 (Jungle Scout) |
| Eye Skincare | +33% | +34% | โตจากปริมาณเป็นหลัก ราคาเฉลี่ยราว ~$22.74 (Jungle Scout) |
| Body Skincare | +29% | +40% | ราคาเฉลี่ยขายเพิ่ม 8% (Jungle Scout) |
| Arts, Crafts & Sewing | +28% | +26% | สี/ปากกา/มาร์กเกอร์นำตลาด ฤดูกาลของขวัญหนุนแรง (Jungle Scout) |
| Appliances | “เกือบ +20%” | – | ผู้บริโภคสนใจอัปเกรดเครื่องใช้ไฟฟ้า (Jungle Scout) |
| Automotive (เฉพาะกลุ่ม) | +15–20% | +15–20% | ตั้งราคาเชิงกลยุทธ์ ผู้ขาย 3P สร้างรายได้ 60%+ (Jungle Scout) |
| Car Care & Cleaning | +14% | – | ราคาเฉลี่ยลด 6% YoY ดันยอดหน่วยโต (Jungle Scout) |
หมวดที่โตเร็วที่สุดบน Amazon ในปี 2026

จากข้อมูล นี่คือ 5 หมวดที่ผมจัดอันดับว่าน่าจับตาที่สุดในปี 2026:
- Cosmetics – รายได้โต 38% YoY และจำนวนรีวิวเพิ่ม 45% กระแสความงามมาแรงจริง
- Body Skincare – รายได้โต 40% ได้แรงหนุนทั้งจากปริมาณและราคาที่สูงขึ้น
- Eye Skincare – รายได้โต 34% พร้อมการเติบโตของยอดหน่วยที่แข็งแรง
- Arts, Crafts & Sewing – รายได้โต 26% โดยเฉพาะช่วงเทศกาลของขวัญ
- Appliances – ยอดขายหน่วยโตเกือบ 20% สะท้อนการเปลี่ยนลำดับความสำคัญของผู้บริโภค
ทำไมหมวดพวกนี้ถึงพุ่ง? มันคือส่วนผสมของเทรนด์ผู้บริโภค (ดูแลตัวเอง ปรับปรุงบ้าน งานอดิเรกสายครีเอทีฟ) ราคาแข่งขันได้ และโอกาสที่ผู้ขายจะสร้างความต่างผ่าน private label หรือการทำบันเดิลที่ไม่เหมือนใคร
Private Label vs. ผู้ขาย Third-Party: ใครได้เปรียบในปี 2026?
หนึ่งในประเด็นถกเถียงสุดฮอตในคอมมูนิตี้ผู้ขาย Amazon คือควรไปทาง private label หรือยึดโมเดล third-party/wholesale ต่อไป ตัวเลขให้ภาพที่น่าสนใจมากแบบ “เห็นภาพเลย”

สัดส่วนโมเดลผู้ขาย
- 68% ของผู้ขาย เป็นผู้ขาย third-party (3P) (ใช้ Seller Central) ขณะที่ 54% ใช้โมเดล private label ()
- 82% ของผู้ขาย ใช้ FBA เป็นวิธีจัดส่งหลัก
เปรียบเทียบผลงาน: ตัวชี้วัดสำคัญ
ตารางนี้คือการเทียบ KPI ล่าสุดที่มี (จากรายงาน Jungle Scout ปี 2024):
| KPI | ผู้ขาย Amazon & ธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง (SMBs) | แบรนด์/รีเทลระดับองค์กร (Enterprise) |
|---|---|---|
| สัดส่วนที่รายงานยอดขาย >$1,000/เดือน | 52% | – |
| สัดส่วนที่รายงานยอดขาย >$5,000/เดือน | 30% | – |
| สัดส่วนที่รายงานยอดขาย >$100,000/เดือน | – | 63% |
| สัดส่วนที่รายงานยอดขาย >$500,000/เดือน | – | 40% |
| กำไรสุทธิ >10% | 57% | 81% |
| กำไรสุทธิ >20% | – | 54% |
| เกณฑ์กำไรสะสมตลอดอายุธุรกิจ | 30% ทำได้ >$50k | 85% ทำได้ >$1M |
สรุปประเด็นสำคัญ:
- ผู้ขาย private label (มักเป็น SMB) มีสัดส่วนมากในตลาด แต่แบรนด์ระดับองค์กรทำมาร์จิ้นและกำไรสะสมได้สูงกว่า
- มากกว่าครึ่งของผู้ขาย SMB ทำกำไรได้ภายใน 1 ปี และ 19% ของผู้ขายธุรกิจขนาดเล็กทำยอดเฉลี่ยเกิน $10,000/เดือน ()
- แบรนด์ระดับองค์กรมีแนวโน้มทำกำไรสุทธิเกิน 20% และกำไรสะสมตลอดอายุธุรกิจเกิน $1 ล้านได้มากกว่า
Private Label vs. Third-Party: ข้อดีข้อเสีย
- Private Label: คุมแบรนด์และราคาได้มากกว่า แต่ต้องลงทุนเริ่มต้นสูงและความเสี่ยงมากขึ้น
- Third-Party/Wholesale: เริ่มง่ายกว่า แต่แข่งขันหนักและมาร์จิ้นบางกว่า
ในปี 2026 ความได้เปรียบจะเป็นของผู้ขายที่ “ปักหมุดนิช” ได้ชัด—ไม่ว่าจะด้วยสินค้าที่แตกต่าง ราคาเฉียบ หรือประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่าแบบ 확실히
Thunderbit ช่วยเปลี่ยนสถิติ Amazon ให้เป็นการตัดสินใจที่ฉลาดขึ้นได้อย่างไร
มาคุยแบบใช้งานจริงกันดีกว่า สถิติเหล่านี้ดีมาก แต่คำถามคือ “เอาไปใช้ชนะบน Amazon ยังไง?” ตรงนี้แหละที่ เข้ามาช่วย ในฐานะคนที่ทำเครื่องมือ AI สำหรับผู้ใช้ธุรกิจมาหลายปี ผมเชื่อมากว่าข้อมูลต้อง “นำไปทำต่อได้” ไม่ใช่แค่น่าสนใจเฉย ๆ
AI Web Scraper ของ Thunderbit: ผู้ช่วยเก็บข้อมูล Amazon ที่คุณอยากมี
Thunderbit คือ ที่ช่วยดึงข้อมูลจากหน้าสินค้า Amazon อันดับ รีวิว และข้อมูลคู่แข่งได้ในไม่กี่คลิก นี่คือวิธีที่ผู้ขายใช้กันในปี 2026:
- วิเคราะห์คู่แข่ง: ดึงราคา สถานะสต็อก และข้อมูลรีวิวของคู่แข่งตัวท็อปได้ทันที เช่น รีเทลรายหนึ่งใช้ Thunderbit เฝ้าราคาหมวดไมโครเวฟและจับสัญญาณตอนคู่แข่งของหมดสต็อก จากนั้นปรับราคาตัวเองเพื่อเก็บยอดขายเพิ่ม ()
- สแกนหาโอกาสในหมวดสินค้า: ดึงและวิเคราะห์หน้าหมวดเพื่อหา “นิชที่โตเร็ว” ช่วงราคา และอารมณ์ความเห็นจากรีวิว เหมาะมากสำหรับจับเทรนด์ก่อนคนอื่น
- ติดตามค่าธรรมเนียมและมาร์จิ้น: เมื่อโครงสร้างค่าธรรมเนียมของ Amazon เปลี่ยนอีกครั้ง Thunderbit ช่วยติดตามกำไรระดับ SKU โดยดึงข้อมูลที่ต้องใช้ไปคำนวณมาร์จิ้นภายใต้ค่าธรรมเนียม FBA และ placement fees ล่าสุด ()
AI ของ Thunderbit ยังสามารถเข้าไปเก็บข้อมูลจากซับเพจ (เช่น หน้ารายละเอียดสินค้า หรือหน้ารีวิว) เติมข้อมูลให้ตาราง และส่งออกไป Excel, Google Sheets, Airtable หรือ Notion ได้ทันที—ไม่ต้องเขียนโค้ดให้ปวดหัว
ตัวอย่างจริง: ชนะคู่แข่งด้วยข้อมูลที่มา “ทันเวลา”
ผู้ใช้ Thunderbit ในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านตั้งค่า Scheduled Scraper เพื่อติดตามไม่ใช่แค่ลิสติ้งของตัวเอง แต่รวมถึงราคาและสต็อกของคู่แข่งด้วย พอคู่แข่งรายใหญ่เริ่มของใกล้หมด ข้อมูลจาก Thunderbit ก็แจ้งโอกาสให้เห็น ผู้ขายจึงรีบปรับการจัดสรรสต็อกและงบโฆษณา ผลลัพธ์คือยอดขายรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 17%—ทั้งหมดเกิดจากข้อมูลที่ใช้งานได้จริงและมาเร็วพอ
อยากลองด้วยตัวเอง? ดู หรือดาวน์โหลด แล้วลองกับลิสติ้งของคุณได้เลย
ความต่างรายภูมิภาค: โจทย์ท้าทายและโอกาสของผู้ขาย Amazon ทั่วโลก
Amazon เป็นตลาดระดับโลกก็จริง แต่สนามแข่งขันไม่ได้เหมือนกันทุกที่ นี่คือภาพรวมความต่างของผลงานและโอกาสตามภูมิภาค:
การกระจายตัวของผู้ขายและรายได้ตามภูมิภาค

- ผู้ขายจีน: ตอนนี้คิดเป็น แต่ทำรายได้ third-party ทั่วโลกได้เพียง
- ผู้ขายสหรัฐฯ: ในตลาดสหรัฐฯ ผู้ขายที่อยู่ในสหรัฐฯ สร้าง GMV third-party ราว ~$157B จากทั้งหมด $305B เฉลี่ยประมาณ $885,000 ต่อผู้ขาย—มากกว่าค่าเฉลี่ยของผู้ขายจีนมากกว่า 2 เท่า ()
ตลาดพัฒนาแล้ว vs ตลาดเกิดใหม่
- อเมริกาเหนือ: ยังเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดตาม GMV แต่การเติบโตเริ่มช้าลงเมื่อเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว
- ตลาดต่างประเทศ: เซกเมนต์นานาชาติของ Amazon โต แซงการเติบโตของอเมริกาเหนือที่ 10%
- ตลาดเกิดใหม่: ประเทศอย่างซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ และสิงคโปร์ มีอัตราทราฟฟิกต่อผู้ขายสูงกว่า (เช่น ซาอุฯ ~8,228 วิซิตต่อผู้ขาย) แต่เพดานทราฟฟิกรวมยังต่ำกว่า ()
โจทย์ท้าทายและโอกาสรายภูมิภาค
- ข้อกำกับและกฎระเบียบ: ผู้ขายในยุโรปและลาตินอเมริกาต้องรับมือข้อกำหนดด้านคอมพลายแอนซ์และภาษีที่ซับซ้อนกว่า
- อุปสรรคในการเข้าตลาด: ตลาดพัฒนาแล้วแข่งขันสูงกว่า แต่มีมูลค่าออเดอร์เฉลี่ยสูง และผู้ซื้อมีความคาดหวัง/ความซับซ้อนมากกว่า
- ศักยภาพการเติบโต: ตลาดเกิดใหม่แข่งขันน้อยและทราฟฟิกหนาแน่นต่อผู้ขาย แต่ต้องวิเคราะห์ TAM (total addressable market) อย่างรอบคอบ
สำหรับผู้ขายที่คิดจะขยายไปต่างประเทศ ข้อมูลชี้ว่ากลยุทธ์แบบไฮบริดน่าจะเหมาะ: ใช้ตลาดใหญ่ที่สุกงอมเพื่อทำวอลุ่ม แต่ก็อย่ามองข้ามการเติบโตแบบก้าวกระโดดในบางภูมิภาคเกิดใหม่
สรุปสถิติผู้ขาย Amazon แบบเร็ว ๆ: ตัวเลขเด่นปี 2026
นี่คือตัวเลขพาดหัวที่ควรเก็บไว้ใกล้มือ (และอาจหยิบไปอ้างในอัปเดตนักลงทุนครั้งหน้า):
This paragraph contains content that cannot be parsed and has been skipped.
เทรนด์สำคัญและอินไซต์ที่นำไปใช้ได้จริงในปี 2026

ปิดท้ายด้วยข้อสรุปที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ขายและแบรนด์บน Amazon ในปี 2026:
- ตลาดโตเร็วกว่าจำนวนผู้ขาย: เมื่อผู้ขายแอคทีฟน้อยลงแต่ GMV สูงขึ้น “ชิ้นเค้กเฉลี่ย” ใหญ่ขึ้น—แต่จะเป็นของคนที่แข่งได้ทั้งราคา บริการ และความคล่องตัวจากข้อมูลเท่านั้น
- การเติบโตของหมวดไม่เท่ากัน: กลุ่มความงาม การดูแลตัวเอง และงานอดิเรกเชิงสร้างสรรค์นำตลาด ขณะที่บางหมวดดั้งเดิมเริ่มนิ่ง
- Private Label ยังทรงพลัง แต่มาร์จิ้นตึงขึ้น: ผู้ชนะคือคนที่สร้างความต่าง คุมต้นทุน และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ไว
- การขยายภูมิภาคมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง: ตลาดเกิดใหม่โตเร็ว แต่ต้องวางแผนและเข้าใจท้องถิ่นจริง
- ข้อมูลคือคูเมืองยุคใหม่: ผู้ขายที่ใช้เครื่องมืออย่าง Thunderbit เพื่ออินเทลคู่แข่งแบบเรียลไทม์ การตั้งราคา และการวิเคราะห์รีวิว กำลังทิ้งห่างคู่แข่ง
ถ้าคุณจริงจังกับการชนะบน Amazon ในปี 2026 ก็ถึงเวลาจริงจังกับ “ดาต้าสตैक” ของคุณ ไม่ว่าจะติดตามเทรนด์หมวดสินค้า เฝ้าค่าธรรมเนียม หรือส่องตลาดใหม่ สถิติที่ใช่—และเครื่องมือที่ใช่—สร้างความต่างได้จริงแบบ no cap
แหล่งอ้างอิงและอ่านต่อ
อยากได้ทิปส์และบทความเจาะลึกเรื่องการสแครป ออโตเมชัน และเทรนด์อีคอมเมิร์ซเพิ่มเติม เข้าไปดูได้ที่ และคุณอาจสนใจ: และ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1. ปี 2026 มีผู้ขาย Amazon ที่แอคทีฟกี่ราย?
ข้อมูล ณ ปี 2025 ระบุว่ามีผู้ขายแอคทีฟทั่วโลกน้อยกว่า ลดลงจากมากกว่า 2.4 ล้านรายในปี 2021
2. หมวดไหนบน Amazon โตเร็วที่สุดในปี 2026?
Beauty & Personal Care, Cosmetics และ Body Skincare นำมาเป็นกลุ่ม โดยมีอัตราเติบโตรายได้ราว
3. รายได้เฉลี่ยต่อผู้ขาย Amazon ในสหรัฐฯ เทียบกับจีนเป็นเท่าไร?
ในสหรัฐฯ รายได้เฉลี่ยต่อผู้ขายอยู่ที่ประมาณ เทียบกับราว $394,000 สำหรับผู้ขายจีน
4. Thunderbit ช่วยให้ผู้ขาย Amazon ตัดสินใจได้ดีขึ้นอย่างไร?
ช่วยผู้ขายดึงและวิเคราะห์ข้อมูลสินค้า ราคา และรีวิวของ Amazon แบบเรียลไทม์ เพื่อใช้ทำ competitive analysis ติดตามมาร์จิ้น และจับเทรนด์หมวดสินค้า
5. ปี 2026 การเป็นผู้ขายใหม่บน Amazon ง่ายขึ้นหรือยากขึ้น?
ทั้งสองอย่าง: ผู้ขายใหม่เข้ามาน้อยลง () แต่การแข่งขันยังดุ และความสำเร็จขึ้นอยู่กับการเลือกหมวดให้ฉลาด กลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และความคล่องตัวในการปฏิบัติการ
อยากยกระดับกลยุทธ์ Amazon ของคุณ? ลองใช้ ฟรี แล้วปล่อยให้ข้อมูลทำงานแทนคุณ